การลงทุนที่ล้มเหลวของมาดริด!

ารลงทุนที่ล้มเหลวของมาดริด!

ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศสเปนที่ชวดแชมป์ทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มีการเสริมทัพอย่างมหาศาล เพื่อต้อนรับการกลับมาคุมทีมอีกครั้งของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศส ที่เขาเคยลาออกจากตำแหน่งกุนซือไป เมื่อกลางปี 2018 และฟลอเรนติโน่ เปเรซไปดึงจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนเข้ามาคุมทีมแทน

และทำทีมเละไม่เป็นท่า ทำให้โดนปลดจากตำแหน่งไปในเดือนตุลาคม 2018 และแม้จะตั้งซานติอาโก้ โซลารี่เข้ามาคุมทีมแทนก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทำให้เรอัล มาดริด มีผลงานที่ดีขึ้นได้ และสุดท้ายประธานสโมสรคนดังก็ต้องกลับไปง้อกุนซือชาวฝรั่งเศสให้กลับมาคุมทีมอีกครั้งในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

โดยเรอัล มาดริดใช้งบประมาณไปถึง 300 ล้านยูโรในการเสริมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว และถึงแม้ว่าจะหักลบกลบหนี้กับนักเตะที่พวกเขาขายออกจากทีมไป เรอัล มาดริดก็ยังเป็นทีมที่ขาดดุลในการซื้อขายในซัมเมอร์ที่แล้วถึง 207 ล้านยูโรอยู่ดี ซึ่ง 300 ล้านยูโร

ที่ละลายไปในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลนั้นประกอบไปด้วยการคว้าตัวเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมมาจากเชลซี 100 ล้านยูโร ลูก้า โยวิช กองหน้าทีมชาติเซอร์เบียจากไอน์ทรัชต์ แฟรงค์เฟิร์ตอีก 60 ล้านยูโร เอแดร์ มิลิเตา กองหลังดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนจากเอฟซี ปอร์โต้อีก 50 ล้านยูโร แฟร์กล็องด์ เมนดี้ แบ็คซ้ายฝรั่งเศสจากโอลิมปิก ลียงอีก 48 ล้านยูโร โรดริโก้ ปีกดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนอีก 48 ล้านยูโร

 

   ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศสเปนที่ชวดแชมป์ทุกรายการ
ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศสเปนที่ชวดแชมป์ทุกรายการ

และในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาอีก 30 ล้านยูโร จากการคว้าตัว เรนิเย่ร์ ตัวรุกวัย 18 ปี จากฟลาเม็งโก้ มาร่วมทีมอีกราย ทำให้รวมๆ แล้วในฤดูกาลนี้เรอัล มาดริด ใช้เงินไปถึง 337 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเยอะมากที่สุดกับการซื้อนักเตะใน 1 ฤดูกาลของพวกเขา

ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพในเรื่องของเงินหมุนเวียนการซื้อนักเตะสูงมาก อีกทั้งการลงทุนขนาดนี้ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขามีปัญหากับตัวเลขในบัญชีในเรื่องของไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์แต่อย่างใด

แต่การลงทุนไปกว่า 300 ล้านยูโรในฤดูกาลนี้นั้นกลับเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าเลยในฤดูกาลนี้ เมื่อเทียบกับผลงานที่นักเตะใหม่ที่พวกเขาคว้าตัวมาร่วมทีมนั้นทำให้กับสโมสรในฤดูกาลนี้ โดยเริ่มจากนักเตะค่าตัวแพงที่สุดที่คว้าตัวมาในฤดูกาลนี้อย่างเอแดน อาซาร์ กัปตันทีมชาติเบลเยี่ยมที่พวกเขาตั้งเป้าหมายว่าจะกลายมาเป็นความหวังสูงสุดในแนวรุกของทีมในฤดูกาลนี้

แต่กลับกลายเป็นว่าอดีตดาวเตะเชลซีรายนี้ได้รับบาดเจ็บรบกวนมาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล และได้ลงสนามช่วยทีมได้น้อยมากในฤดูกาลนี้ และกลายเป็นปีแรกที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาซาร์แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่นแล้ว เมื่อเขาปล่อยให้ร่างกายนั้นอ้วนท้วมสมบูรณ์ตั้งแต่ช่วงอุ่นเครื่องก่อนเริ่มฤดูกาล จนทำให้ตอนนั้นสื่อหลายๆ เจ้าเขียนด่าเขาอย่างสนุก และพอเริ่มฤดูกาลได้ไม่นานดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้ก็ได้รับบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว และพอหายกลับมาก็บาดเจ็บไปอีกครั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

อีกคนที่ล้มเหลวแบบดับอนาถก็คือลูก้า โยวิช ดาวยิงฟอร์มแรงจากเยอรมันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเขาก้าวขึ้นมาเป็นที่จับตามองได้อย่างรวดเร็ว กับการทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับแฟรงค์เฟิร์ต แต่พอย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริดแล้ว ลูก้า โยวิชก็ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นของซีเนอดีน ซีดานได้เลย และยังคงต้องเป็นตัวสำรองของคาริม เบนเซม่าอยู่เช่นเคย ทำให้ 60 ล้านยูโรที่เสียไปนั้นแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมาเลยในฤดูกาลนี้

ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ที่ซื้อตัวเข้ามาในช่วงเดียวกันนั้นก็ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องมากนักในฤดูกาลนี้ เพราะดูเหมือนว่าซีเนอดีน ซีดานจะยังไม่มั่นใจในศักยภาพของพวกเขามากนัก และพอถึงนัดสำคัญๆ กุนซือชาวฝรั่งเศสก็มักจะเลือกใช้นักเตะที่เขาเคยร่วมงานมานานในยุคก่อนหน้านี้ให้ลงสนามก่อนเป็นประจำ

ทำให้นักเตะดาวรุ่งที่พวกเขาซื้อมาร่วมทีมนั้นยังได้รับโอกาสในการลงสนามน้อยเกินไปในฤดูกาลนี้ ทำให้ยังไม่มีนักเตะคนไหนที่ดูจะคุ้มค่าเลยในฤดูกาลนี้ แม้ว่าบางคนจะดูมีแววดีก็ตาม แต่ด้วยการถูกเลือกใช้งานที่น้อย ทำให้การซื้อนักเตะของเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้ถูกมองว่าไม่มีความคุ้มค่าเลย ทำให้มองว่าเป็นการลงทุนที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะซีเนอดีน ซีดานก็ยังคงเลือกที่จะใช้งานนักเตะรายเดิมๆ จากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ทั้งในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางที่เอแดร์ มิลิเตาก็ยังไม่สามารถแทรกเซร์คิโอ รามอสได้ เช่นเดียวกับตำแหน่งกองหน้าที่ไม่ว่าพวกเขาจะคว้าตัวใครมาร่วมทีมก็ตาม แต่คาริม เบนเซม่าก็ยังคงเป็นตัวเลือกแรกของซีดานอยู่เสมอ